:: เทคโนโลยีบล็อกประสาน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 
  User Online

ปฏิทินกิจกรรม
มกราคม
2010
M
T
W
Th
F
Sa
Su
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31
กุมภาพันธ์
2010
M
T
W
Th
F
Sa
Su
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
 
ส่วนบริการอีเมล์าสำหรับเจ้าหน้าที่ ติดต่อทีมงานบล็อกประสาน คลิปวีดีโอบล็อกประสาน


 

หลักสูตรการก่อสร้าง อาคารด้วย บล็อกประสา

ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ ( ฝนว .)
พิชิต เจนบรรจง
เทคโนโลยีบล็อกประสาน วว . เพื่อการสร้างอาคารราคาประหยัด

เทคโนโลยีบล็อกประสานประกอบด้วยความรู้หลายด้านต ั้ งแต่การออกแบบรูปทรงบล็อกประสาน การออกแบบเครื่องมือการผลิตเทคนิคการผลิตการทำรายการคำนวณ และ เขียนแบบการก่อสร้าง และ การตลาดโดยหลักสูตรการก่อสร้างเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะทำให้การขยายตลาดบล็อกประสานเป็นไปด้วยดี

เนื้อหาการอบรมจะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก คือ

1) การเปรียบเทียบงานบล็อกประสาน และอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป

2) เทคนิคการก่อสร้างอาคารบล็อกประสาน

ความแตกต่างระหว่างอาคารบล็อกประสาน กับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

•  งบประมาณการก่อสร้าง
•  โครงสร้างอาคาร
•  ความคงทนแข็งแรง อายุของอาคาร และวิธีการป้องกัน
•  งบประมาณการก่อสร้าง

การก่อสร้างอาคารบล็อกประสานโดยใช้ระบบผนังหรือเสาบล็อกรับน้ำหนักจะทำให้เกิดความ ประหยั ด งบประมาณการก่อสร้างมากกว่าเมื่อเทียบกับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีระบบฐานราก และหลังคาเหมือนกันโดยมีรายละเอียดที่ ทำ ให้เกิดความประหยัดดังต่อไปนี้

ก่อสร้างด้วยบล็อกประสาน
ระบบเสาคานทั่วๆไป
ฐานราก

•  ใช้ได้ทั้งฐานเข็ม และฐานแผ่

•  รูปแบบฐานแผ่ที่ใช้ อาจเป็นฐานกำแพง มีลักษณะเป็นฐานแผ่ เทยาวไปตามกำแพง หรือผนัง และฐานเชื่อมต่อกับแผ่นพื้น สำหรับกรณีบ้านชั้นเดียวที่พื้นรับน้ำหนักได้ดี การทรุดตัวของบ้าน , ดิน ต่ำ

ใช้การเทพื้นคอนกรีตขนาดใหญ่แล้วก่อบล็อกขึ้นมาโดยตรง กรณีที่ดินมีค่าการทรุดตัวต่ำ และไม่มีน้ำท่วมฃัง

 

•  ระบบงานคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้ได้ทั้งฐานเข็ม และฐานแผ่

•  ขนาดฐานรากต่อจุดจะมีขนาดใหญ่กว่าระบบผนังรับน้ำหนัก เพราะมีน้ำหนักลงต่อจุดมากกว่า

เสา

•  เสาบล็อกประสาน

•  พิลาสเตอร์ ( ผนังส่วนที่ยื่นออกมาจากแนวปกติเพื่อช่วยพยุงผนังทั้งผืนไว้) บัทเทรส ( เสาเชื่อมกับผนังรับน้ำหนัก )

ผนังตัดกัน เป็นเสารับน้ำหนัก

 

•  เสาคอนกรีต

•  เสาเหล็ก
คาน

•  ใช้ผนังรับน้ำหนัก

คานบล็อกประสาน ( หน้าตัดจะใหญ่ขึ้นประมาณ 2-3 เท่า เนื่องจากรับแรงเฉือนไม่ดี ) จึงไม่แนะนำให้ใช้

 

•  คานคอนกรีต

•  คานเหล็ก
ผนัง

•  ผนังบล็อกประสาน ( ระบบผนังรับน้ำหนัก)

•  คานบล็อกประสานทับหลัง

 

•  ผนังก่ออิฐมอญ , บล็อก , อิฐมวลเบา

•  ผนังสำเร็จรูป

•  ผนังเบา ( โครงเคร่าไม้ )

•  เสาเอ็น , คานทับหลัง

พื้น

•  ในระบบผนังรับน้ำหนักพื้น ต้องทำหน้าที่ยึดผนังในทิศทางต่างๆ และ ส่งถ่ายแรงในแนวราบ จึงควรใช้พื้นคอนกรีตแบบหล่อในที่

 

•  พื้นคอนกรีต

•  พื้นสำเร็จ

•  พื้นไม้

บันได

•  บันไดบล็อกประสาน

 

•  บันได คอนกรีต , เหล็ก , ไม้

หลังคาเหมือนงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป แต่บล็อกประสานจะมีจุดถ่ายน้ำหนักมากขึ้น อาจใช้เหล็กลดลง
หลังคาเหมือนงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป

1. ความคงทนแข็งแรง อายุของอาคาร และวิธีการป้องกัน

1.1 การรับน้ำหนักโครงสร้าง
•  การทำรายการคำนวณการรับน้ำหนักโครงสร้างโดยวิศวกร
•  การตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุก่อนใช้งาน
•  การก่อสร้างถูกต้องตามมาตรฐาน

1.2 การป้องกันการสึกกร่อนตามธรรมชาติ
•  ส่วนที่อยู่ใต้ดินควรฉาบป้องกัน
•  ส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร , ผนังภายนอก ควรทาน้ำยากันซึม ป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำโดยใช้น้ำยาเคลือบประเภท ไซรอกเซน ไซเลน (ตามท้องตลาดจะเรียกว่า Water Repellent หรือน้ำยาที่ใช้เคลือบหิน หินทรายทั่วไป ) เป็นซิลิโคนใสมีทั้งแบบเป็นมันเงา และแบบด้าน เมื่อทาแล้วจะซึมลงไปในเนื้อหินทำให้ไม่ลอกออกมาเมื่อถูกแสงแดดจัดๆ
•  ฉาบป้องกันผิวบล็อก 2 - 3 ชั้นล่างสุด หรือประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร ป้องกันความชื้น และการซึมของน้ำที่ขังอยู่ที่พื้นเข้าภายในอาคาร และยังช่วยป้องกันการกัดเซาะจากน้ำฝน
•  ดีที่สุดควรอยู่ใต้ชายคาที่มีระยะยาวพอสมควร

เทคนิคและขั้นตอนการก่อสร้างอาคารด้วยบล็อกประสาน

1. อุปกรณ์ในการก่อสร้างอาคารบล็อกประสาน

•  บัว รดน้ำ สำหรับหยอดน้ำปูน พร้อมที่ผสมน้ำปูน หรือเครื่องฉีดน้ำปูน
•  ค้อนยาง สำหรับจัดเรียงก้อนบล็อก
•  สายเอ็น ปักเต้า ลูกดิ่ง ระดับน้ำช่วยในการวางแนวนอน ดิ่ง
•  สายยางน้ำ หรือกล้องระดับ สำหรับการหาระดับ
•  ทราย หรือที่ยาแนว หรือดินลูกรังยาแนว สำหรับป้องกันน้ำปูนไหลตอนหยอดน้ำปูน
•  ถุงมือ ป้องกันมือถลอกในการเคลื่อนย้ายบล็อก
•  เครื่องตัดเหล็กไฟฟ้า ในกรณีที่ไม่มี หรือมีบล็อกครึ่งก้อนไม่เพียงพอ
•  สว่างไฟฟ้า ใช้เจาะเพื่อเสียบยึดเหล็กในชั้นแรก

2. ตำแหน่งการเสริมเหล็กทั่วไปเพื่อป้องกันรอยแตกร้าว

•  เหล็กแนวนอนในผนัง เสริมที่บล็อกชั้นแรก และชั้นบนสุดปลายผนัง เสริมเหล็ก 12 มม. 1 เส้น ตลอดแนวผนัง เพื่อป้องกันรอยแตกร้าว
•  เหล็กแนวตั้ง เสริมเหล็ก 9 มม.ลงในรูทุกระยะ 1 เมตร และ จุดตัดของผนังที่มีบล็อกสองทางมาชนกัน หรือทุกรูที่ก่อบล็อกเป็นมุมฉาก
•  รอบช่องเปิดประตู หน้าต่าง เสริมเหล็ก 12 มม.สองชั้น รอบช่องเปิดทั้งด้านบน ล่าง ส่วนด้านซ้ายและขวาของช่องเปิดเสริมเหล็ก 9 มม. ป้องกันกันรอยแตกร้าวที่มุมช่องเปิด
•  การเสริมเหล็กโครงสร้างอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกร

3. การทำฐานราก และส่วนต่อเนื่อง

โดยปกติจะไม่มีการเตรียมยื่นเหล็กจากพื้น เพื่อสอดในผนังบล็อกประสาน ยกเว้นส่วนเสาบล็อกประสานที่ภายในเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสาบล็อกกลวงจะยื่นเหล็กขึ้นมาช่วยยึด ภายในเสา

4. หลังจาก เทปูนส่วนฐาน คาน หรือพื้นเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนการก่อบล็อก ทำโดยวางผังดึงแนวเอ็นตามแนวผนังห้อง และตำแหน่งเสา

5. หาระดับสูงต่ำบริเวณที่จะก่อบล็อก

6. วางบล็อกตัวยู ด้านล่าง เรียงตามแนวผนังห้องจนเต็มตามรูปแบบที่ต้องการ โดยพยายามวางเรียงให้ชิดกันเหมือนงานก่อจริง

7. กำหนดจุดที่จะเสริมเหล็กในแนวตั้ง ตามแบบก่อสร้าง, จุดตัดของผนังหรือเสา ในแนวผนัง เสริมเหล็ก 9 มม.ทุก 1 เมตร ยาวประมาณ 1 เมตร หรือตามระยะฝังถึงใต้วงกบ จะไม่เสริมเหล็กยาวถึงสุดผนัง เพราะในการวางบล็อกจะทำให้ต้องยกบล็อกสูงสุดก่อนร้อยลงรู ทำให้เสียเวลามาก

8. ใช้สว่านเจาะพื้นตามตำแหน่งเหล็กที่จะเสริมเสียบเหล็กเสริมยึดด้วยปูนทราย

9. ก่อบล็อกทำระดับให้ก้อนแรกสูงเท่ากันทั้งหลัง โดยเริ่มก่อจากจุดที่สูงที่สุด ไม่ควรเริ่มก่อจากจุดต่ำเพราะปูนทรายที่รองในจุดที่สูงอาจไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถก่อได้เพราะบล็อกจะสูงกว่าก้อนต่ำ หลังจากก่อก้อนแรกแล้วดึงเอ็นไว้ที่แนวริมก้อนแรก ก่อทำระดับกระจายออกไปเรื่อยๆ ในส่วนที่เป็นประตูไม่ต้องก่อปูนทราย แต่ยังคงวางแนวก้อนบล็อกไว้ เพื่อให้แนวบล็อกส่วนที่อยู่เหนือทับหลังจะสามารถเรียงชนได้พอดี

10. วางเรียงบล็อกตามแนวเอ็น และดิ่งให้ได้ระดับที่ต้องการ โดยส่วนใหญ่ชั้นที่จะหยุดหยดน้ำปูนจะเป็นชั้นที่เรียงบล็อกร่องยูพอดี ที่ระดับใต้วงกบ เพื่อป้องกันรอยแตกร้าวในผนัง

11. ผสมน้ำปูนทรายสำหรับหยอดลงในรู อัตราส่วน ปูนต่อทราย 1 ต่อ 2 สำหรับอาคารที่ออกแบบเป็นบล็อกรับน้ำหนักโครงสร้าง และอัตราส่วน 1 ต่อ 3 สำหรับอาคารที่ออกแบบเป็นบล็อกตกแต่ง เติมน้ำให้มีความเหลวสามารถไหลได้ แต่น้ำปูนไม่แยกตัวกับทราย ที่อัตราส่วน ปูนต่อน้ำ W/C ratio 0.80

12. ใช้สายยางรดน้ำก้อนบล็อกให้ดูดน้ำจนชุ่ม เพื่อป้องกัน บล็อกดูดน้ำในน้ำปูนจนแห้งปิดรู

13. ใช้กระป๋องบัวรดน้ำที่ถอดฝักบัวออก ในการหยอดน้ำปูน

14. ก่อนหยอดน้ำปูน เขย่ากระป๋องบัวที่ใส่น้ำปูนเพื่อไม่ให้ทรายตกตะกอน หยอดลงในรูจนเกือบเต็ม เว้นให้น้ำปูนอยู่ต่ำกว่าระดับผิวรูเพื่อให้วางบล็อกชั้นถัดไปได้

15. ในกรณีที่น้ำปูนรั่วออกตามร่อง ให้ใช้ทรายแห้งปิดรูไว้ น้ำปูนจะดูดกับทรายแห้งปิดรูเองตามธรรมชาติ

16. เมื่อหยอดน้ำปูนเสร็จ ให้ใช้ฟองน้ำเช็ดรอยน้ำปูนที่รั่ว และทรายที่อุดรูไว้ออกจนสะอาด ไม่ใช้สายยางฉีดล้าง เพราะแรงน้ำจะทำให้น้ำปูนที่อยู่ในรูไหลออกมาด้วย

17. รอให้น้ำปูนแห้งอย่างน้อย 2-3 ชม.ก่อนเรียงชั้นต่อไป ในขั้นนี้จะเสริมเหล็กแนวตั้งเมื่อเรียงบล็อกได้ถึงระดับที่ต้องการใช้เหล็กเส้นต่อไปผูกด้วยลวดผูกเหล็กให้ได้ระยะทาบเหล็กประมาณ 30 เซนติเมตร จากเหล็กเส้นเดิมพอดี

18. ชั้นบนสุดใช้บล็อกร่องยู เรียงเป็นคานทับหลัง เสริมเหล็กนอน ยึดผนังทั้งหลังให้เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว จุดนี้อาจตัดเหล็กแนวตั้งให้เสมอพอดีขอบผนังเพราะไม่ต้องการระยะทาบแล้ว ยกเว้นส่วนที่ต้องการยึดโครงหลังคาให้ยื่นเหล็กเผื่อออกมาตามต้องการ

19. ส่วนโครงสร้างหลังคาก่อสร้างตามปกติ

 

 

สอบถามรายละเอียดได้ที่

ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชนบท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ( วว .)
196 ถนน พหลโยธิน เขต จตุจักร กทม . 10900
โทรศัพท์ (02)579-1121-30 ต่อ 4101, 4103-4104,4109
โทรสาร (02)579-1121-30 ต่อ 4107,4110
www.technologyblockprasan.com


Copyright © TECHNOLOGYBLOCKPRASAN DOTCOM                                                                                                                                                      link to web counter website 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เทคโนโลยีบล็อกประสาน : 35 ม.3 เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ 02-5791121-30 ต่อ 4105, 4101 หรือ 02577-9432, 9433, 9435