หลักสูตรการก่อสร้าง อาคารด้วย บล็อกประสาน
ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ ( ฝนว .)
พิชิต เจนบรรจง
เทคโนโลยีบล็อกประสาน วว . เพื่อการสร้างอาคารราคาประหยัด
เทคโนโลยีบล็อกประสานประกอบด้วยความรู้หลายด้านต ั้ งแต่การออกแบบรูปทรงบล็อกประสาน การออกแบบเครื่องมือการผลิตเทคนิคการผลิตการทำรายการคำนวณ และ เขียนแบบการก่อสร้าง และ การตลาดโดยหลักสูตรการก่อสร้างเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะทำให้การขยายตลาดบล็อกประสานเป็นไปด้วยดี
เนื้อหาการอบรมจะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก คือ
1) การเปรียบเทียบงานบล็อกประสาน และอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป
2) เทคนิคการก่อสร้างอาคารบล็อกประสาน
ความแตกต่างระหว่างอาคารบล็อกประสาน กับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
งบประมาณการก่อสร้าง
โครงสร้างอาคาร
ความคงทนแข็งแรง อายุของอาคาร และวิธีการป้องกัน
งบประมาณการก่อสร้าง
การก่อสร้างอาคารบล็อกประสานโดยใช้ระบบผนังหรือเสาบล็อกรับน้ำหนักจะทำให้เกิดความ ประหยั ด งบประมาณการก่อสร้างมากกว่าเมื่อเทียบกับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีระบบฐานราก และหลังคาเหมือนกันโดยมีรายละเอียดที่ ทำ ให้เกิดความประหยัดดังต่อไปนี้
ก่อสร้างด้วยบล็อกประสาน |
ระบบเสาคานทั่วๆไป |
ฐานราก ใช้ได้ทั้งฐานเข็ม และฐานแผ่
รูปแบบฐานแผ่ที่ใช้ อาจเป็นฐานกำแพง มีลักษณะเป็นฐานแผ่ เทยาวไปตามกำแพง หรือผนัง และฐานเชื่อมต่อกับแผ่นพื้น สำหรับกรณีบ้านชั้นเดียวที่พื้นรับน้ำหนักได้ดี การทรุดตัวของบ้าน , ดิน ต่ำ
ใช้การเทพื้นคอนกรีตขนาดใหญ่แล้วก่อบล็อกขึ้นมาโดยตรง กรณีที่ดินมีค่าการทรุดตัวต่ำ และไม่มีน้ำท่วมฃัง |
ระบบงานคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้ได้ทั้งฐานเข็ม และฐานแผ่ ขนาดฐานรากต่อจุดจะมีขนาดใหญ่กว่าระบบผนังรับน้ำหนัก เพราะมีน้ำหนักลงต่อจุดมากกว่า |
เสา เสาบล็อกประสาน
พิลาสเตอร์ ( ผนังส่วนที่ยื่นออกมาจากแนวปกติเพื่อช่วยพยุงผนังทั้งผืนไว้) บัทเทรส ( เสาเชื่อมกับผนังรับน้ำหนัก )
ผนังตัดกัน เป็นเสารับน้ำหนัก |
เสาคอนกรีต
เสาเหล็ก |
คาน ใช้ผนังรับน้ำหนัก
คานบล็อกประสาน ( หน้าตัดจะใหญ่ขึ้นประมาณ 2-3 เท่า เนื่องจากรับแรงเฉือนไม่ดี ) จึงไม่แนะนำให้ใช้ |
คานคอนกรีต
คานเหล็ก |
ผนัง ผนังบล็อกประสาน ( ระบบผนังรับน้ำหนัก)
คานบล็อกประสานทับหลัง |
ผนังก่ออิฐมอญ , บล็อก , อิฐมวลเบา
ผนังสำเร็จรูป
ผนังเบา ( โครงเคร่าไม้ )
เสาเอ็น , คานทับหลัง |
พื้น
ในระบบผนังรับน้ำหนักพื้น ต้องทำหน้าที่ยึดผนังในทิศทางต่างๆ และ ส่งถ่ายแรงในแนวราบ จึงควรใช้พื้นคอนกรีตแบบหล่อในที่ |
พื้นคอนกรีต
พื้นสำเร็จ
พื้นไม้ |
บันได
บันไดบล็อกประสาน |
บันได คอนกรีต , เหล็ก , ไม้ |
| หลังคาเหมือนงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป แต่บล็อกประสานจะมีจุดถ่ายน้ำหนักมากขึ้น อาจใช้เหล็กลดลง |
หลังคาเหมือนงานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป |
1. ความคงทนแข็งแรง อายุของอาคาร และวิธีการป้องกัน
1.1 การรับน้ำหนักโครงสร้าง
การทำรายการคำนวณการรับน้ำหนักโครงสร้างโดยวิศวกร
การตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุก่อนใช้งาน
การก่อสร้างถูกต้องตามมาตรฐาน
1.2 การป้องกันการสึกกร่อนตามธรรมชาติ
ส่วนที่อยู่ใต้ดินควรฉาบป้องกัน
ส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร , ผนังภายนอก ควรทาน้ำยากันซึม ป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำโดยใช้น้ำยาเคลือบประเภท ไซรอกเซน ไซเลน (ตามท้องตลาดจะเรียกว่า Water Repellent หรือน้ำยาที่ใช้เคลือบหิน หินทรายทั่วไป ) เป็นซิลิโคนใสมีทั้งแบบเป็นมันเงา และแบบด้าน เมื่อทาแล้วจะซึมลงไปในเนื้อหินทำให้ไม่ลอกออกมาเมื่อถูกแสงแดดจัดๆ
ฉาบป้องกันผิวบล็อก 2 - 3 ชั้นล่างสุด หรือประมาณ 20 30 เซนติเมตร ป้องกันความชื้น และการซึมของน้ำที่ขังอยู่ที่พื้นเข้าภายในอาคาร และยังช่วยป้องกันการกัดเซาะจากน้ำฝน
ดีที่สุดควรอยู่ใต้ชายคาที่มีระยะยาวพอสมควร
เทคนิคและขั้นตอนการก่อสร้างอาคารด้วยบล็อกประสาน
1. อุปกรณ์ในการก่อสร้างอาคารบล็อกประสาน
บัว รดน้ำ สำหรับหยอดน้ำปูน พร้อมที่ผสมน้ำปูน หรือเครื่องฉีดน้ำปูน
ค้อนยาง สำหรับจัดเรียงก้อนบล็อก
สายเอ็น ปักเต้า ลูกดิ่ง ระดับน้ำช่วยในการวางแนวนอน ดิ่ง
สายยางน้ำ หรือกล้องระดับ สำหรับการหาระดับ
ทราย หรือที่ยาแนว หรือดินลูกรังยาแนว สำหรับป้องกันน้ำปูนไหลตอนหยอดน้ำปูน
ถุงมือ ป้องกันมือถลอกในการเคลื่อนย้ายบล็อก
เครื่องตัดเหล็กไฟฟ้า ในกรณีที่ไม่มี หรือมีบล็อกครึ่งก้อนไม่เพียงพอ
สว่างไฟฟ้า ใช้เจาะเพื่อเสียบยึดเหล็กในชั้นแรก
2. ตำแหน่งการเสริมเหล็กทั่วไปเพื่อป้องกันรอยแตกร้าว
เหล็กแนวนอนในผนัง เสริมที่บล็อกชั้นแรก และชั้นบนสุดปลายผนัง เสริมเหล็ก 12 มม. 1 เส้น ตลอดแนวผนัง เพื่อป้องกันรอยแตกร้าว
เหล็กแนวตั้ง เสริมเหล็ก 9 มม.ลงในรูทุกระยะ 1 เมตร และ จุดตัดของผนังที่มีบล็อกสองทางมาชนกัน หรือทุกรูที่ก่อบล็อกเป็นมุมฉาก
รอบช่องเปิดประตู หน้าต่าง เสริมเหล็ก 12 มม.สองชั้น รอบช่องเปิดทั้งด้านบน ล่าง ส่วนด้านซ้ายและขวาของช่องเปิดเสริมเหล็ก 9 มม. ป้องกันกันรอยแตกร้าวที่มุมช่องเปิด
การเสริมเหล็กโครงสร้างอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกร
3. การทำฐานราก และส่วนต่อเนื่อง
โดยปกติจะไม่มีการเตรียมยื่นเหล็กจากพื้น เพื่อสอดในผนังบล็อกประสาน ยกเว้นส่วนเสาบล็อกประสานที่ภายในเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสาบล็อกกลวงจะยื่นเหล็กขึ้นมาช่วยยึด ภายในเสา
4. หลังจาก เทปูนส่วนฐาน คาน หรือพื้นเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนการก่อบล็อก ทำโดยวางผังดึงแนวเอ็นตามแนวผนังห้อง และตำแหน่งเสา
5. หาระดับสูงต่ำบริเวณที่จะก่อบล็อก
6. วางบล็อกตัวยู ด้านล่าง เรียงตามแนวผนังห้องจนเต็มตามรูปแบบที่ต้องการ โดยพยายามวางเรียงให้ชิดกันเหมือนงานก่อจริง
7. กำหนดจุดที่จะเสริมเหล็กในแนวตั้ง ตามแบบก่อสร้าง, จุดตัดของผนังหรือเสา ในแนวผนัง เสริมเหล็ก 9 มม.ทุก 1 เมตร ยาวประมาณ 1 เมตร หรือตามระยะฝังถึงใต้วงกบ จะไม่เสริมเหล็กยาวถึงสุดผนัง เพราะในการวางบล็อกจะทำให้ต้องยกบล็อกสูงสุดก่อนร้อยลงรู ทำให้เสียเวลามาก
8. ใช้สว่านเจาะพื้นตามตำแหน่งเหล็กที่จะเสริมเสียบเหล็กเสริมยึดด้วยปูนทราย
9. ก่อบล็อกทำระดับให้ก้อนแรกสูงเท่ากันทั้งหลัง โดยเริ่มก่อจากจุดที่สูงที่สุด ไม่ควรเริ่มก่อจากจุดต่ำเพราะปูนทรายที่รองในจุดที่สูงอาจไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถก่อได้เพราะบล็อกจะสูงกว่าก้อนต่ำ หลังจากก่อก้อนแรกแล้วดึงเอ็นไว้ที่แนวริมก้อนแรก ก่อทำระดับกระจายออกไปเรื่อยๆ ในส่วนที่เป็นประตูไม่ต้องก่อปูนทราย แต่ยังคงวางแนวก้อนบล็อกไว้ เพื่อให้แนวบล็อกส่วนที่อยู่เหนือทับหลังจะสามารถเรียงชนได้พอดี
10. วางเรียงบล็อกตามแนวเอ็น และดิ่งให้ได้ระดับที่ต้องการ โดยส่วนใหญ่ชั้นที่จะหยุดหยดน้ำปูนจะเป็นชั้นที่เรียงบล็อกร่องยูพอดี ที่ระดับใต้วงกบ เพื่อป้องกันรอยแตกร้าวในผนัง
11. ผสมน้ำปูนทรายสำหรับหยอดลงในรู อัตราส่วน ปูนต่อทราย 1 ต่อ 2 สำหรับอาคารที่ออกแบบเป็นบล็อกรับน้ำหนักโครงสร้าง และอัตราส่วน 1 ต่อ 3 สำหรับอาคารที่ออกแบบเป็นบล็อกตกแต่ง เติมน้ำให้มีความเหลวสามารถไหลได้ แต่น้ำปูนไม่แยกตัวกับทราย ที่อัตราส่วน ปูนต่อน้ำ W/C ratio 0.80
12. ใช้สายยางรดน้ำก้อนบล็อกให้ดูดน้ำจนชุ่ม เพื่อป้องกัน บล็อกดูดน้ำในน้ำปูนจนแห้งปิดรู
13. ใช้กระป๋องบัวรดน้ำที่ถอดฝักบัวออก ในการหยอดน้ำปูน
14. ก่อนหยอดน้ำปูน เขย่ากระป๋องบัวที่ใส่น้ำปูนเพื่อไม่ให้ทรายตกตะกอน หยอดลงในรูจนเกือบเต็ม เว้นให้น้ำปูนอยู่ต่ำกว่าระดับผิวรูเพื่อให้วางบล็อกชั้นถัดไปได้
15. ในกรณีที่น้ำปูนรั่วออกตามร่อง ให้ใช้ทรายแห้งปิดรูไว้ น้ำปูนจะดูดกับทรายแห้งปิดรูเองตามธรรมชาติ
16. เมื่อหยอดน้ำปูนเสร็จ ให้ใช้ฟองน้ำเช็ดรอยน้ำปูนที่รั่ว และทรายที่อุดรูไว้ออกจนสะอาด ไม่ใช้สายยางฉีดล้าง เพราะแรงน้ำจะทำให้น้ำปูนที่อยู่ในรูไหลออกมาด้วย
17. รอให้น้ำปูนแห้งอย่างน้อย 2-3 ชม.ก่อนเรียงชั้นต่อไป ในขั้นนี้จะเสริมเหล็กแนวตั้งเมื่อเรียงบล็อกได้ถึงระดับที่ต้องการใช้เหล็กเส้นต่อไปผูกด้วยลวดผูกเหล็กให้ได้ระยะทาบเหล็กประมาณ 30 เซนติเมตร จากเหล็กเส้นเดิมพอดี
18. ชั้นบนสุดใช้บล็อกร่องยู เรียงเป็นคานทับหลัง เสริมเหล็กนอน ยึดผนังทั้งหลังให้เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว จุดนี้อาจตัดเหล็กแนวตั้งให้เสมอพอดีขอบผนังเพราะไม่ต้องการระยะทาบแล้ว ยกเว้นส่วนที่ต้องการยึดโครงหลังคาให้ยื่นเหล็กเผื่อออกมาตามต้องการ
19. ส่วนโครงสร้างหลังคาก่อสร้างตามปกติ
สอบถามรายละเอียดได้ที่
ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชนบท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ( วว .)
196 ถนน พหลโยธิน เขต จตุจักร กทม . 10900
โทรศัพท์ (02)579-1121-30 ต่อ 4101, 4103-4104,4109
โทรสาร (02)579-1121-30 ต่อ 4107,4110
www.technologyblockprasan.com |